รถตู้รับส่งนักเรียน พลิกคว่ำตกสะพาน นักเรียนชาย 7 ขวบเสียชีวิต บาดเจ็บอีก 3 ราย..

รถตู้รับส่งนักเรียน พลิกคว่ำตกสะพาน นักเรียนชาย 7 ขวบเสียชีวิต บาดเจ็บอีก 3 ราย..

เกิดอุบัติเหตุรถตู้รับส่งนักเรียน พานักเรียนประถมศึกษาจาก อ.รัตนวาปี จะไปส่งเข้าโรงเรียนในตัวเมืองหนองคาย คนขับวูบพารถพลิกคว่ำตกสะพาน นักเรียนชายเสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 3 ราย
เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 1 08 2564 พ.ต.ท.ไพบูลย์ กัณหา สารวัตรสอบสวน สภ.โพนพิสัย รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถตู้พลิกคว่ำตกสะพานมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต บริเวณถนนทางหลวง 212 หนองคาย – บึงกาฬ สะพานห้วยบง เขตบ้านโนน ต.กุดบง จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม พ.ต.อ.ภูวิศ ศิริพานิช ผกก.สภ.โพนพิสัย, แพทย์เวรโรงพยาบาลโพนพิสัย หน่วยกู้ภัยตำรวจทางหลวงจุดอำเภอโพนพิสัย

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์ตู้ ยี่ห้อนิสสัน พลิกคว่ำอยู่ข้างทาง ข้าวของกระจัดกระจาย พบผู้เสียชีวิตอยู่ภายในรถ เป็นเด็กชาย อายุ 7 ปี นอกจากนี้ยังมี เด็กหญิง อายุ 10 ปี และ 13 ปี เป็นพี่น้องกันได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ส่วนคนขับรถตู้ชื่อ นายสมเกียรติ กว้างทะเล อายุ 45 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่ได้รีบนำตัวผู้บาดเจ็บทั้งสามคนส่งโรงพยาบาลโพนพิสัย

พ.ต.อ.ภูวิศ ศิริพานิช ผกก.สภ.โพนพิสัย กล่าวว่า จากการสอบถามคนขับรถเบื้องต้น ยังสามารถให้การได้ บอกว่า ตนขับรถจะพานักเรียนทั้งสามคนจากอำเภอรัตนวาปี ไปส่งที่โรงเรียนเซนต์ปอลหนองคาย ในตัวเมืองหนองคาย โดยพ่อของเด็กชายที่เสียชีวิตเป็นเจ้าของรถตู้ จ้างให้ตนมาขับรถรับส่งลูก พอมาถึงที่เกิดเหตุ จู่ๆ ตนวูบไม่รู้สึกตัว มารู้อีกทีก็เกิดอุบัติเหตุแล้ว รู้สึกเจ็บและได้ยินเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของเด็ก ส่วนตนเองก็ได้รับบาดเจ็บหนักเช่นกัน

จากการตรวจสอบสภาพถนนในเบื้องต้น เป็นสภาพถนนทางตรง เป็นช่วงสะพานซึ่งเป็นทางตรงได้มาตรฐาน ใต้สะพานน้ำแห้ง เมื่อรถตกลงไปใต้สะพานรถได้พลิกคว่ำ จนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

โดยนางสมเร็จ นั่งร่ำไห้กอดภาพลูกสาวที่จากไปด้วยความอาลัย พร้อมกับระบายความในใจว่า ลูกสาวรักแม่มาก ใครมาว่าแม่ไม่ได้ และเป็นคนพาตนไปหาหมอ ลูกสาวฝันอยากเป็นอัยการ แต่ไม่คิดว่าจะมาอายุสั้นขนาดนี้

นายสมชาย เกรัมย์ อายุ 56 ปี พ่อน้องหญิง เล่าว่า วันเกิดเหตุทราบเพียงว่ามีรถเก๋งมาชนท้ายลูกสาว เมื่อไปดูพบว่าเป็นรถเบนซ์มาชนท้ายรถจักรยานยนต์ของลูกสาว รักษาตัวที่โรงพยาบาลกระสัง และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ตอนนั้นตนและภรรยาอยู่ในอาการเศร้า รู้เพียงว่าคนขับรถเป็นผู้หญิง รับสารภาพว่าขับรถประมาท จึงไปชนท้ายรถลูกสาว และยังเอาเงินมาช่วยจัดงานศพจำนวนเงิน 100,000 บาท ส่วนเงินเยี่ยวยาอื่นๆ คนขับรถบอกว่า รถมีประกันชั้น 1 น่าจะได้รับส่วนต่างอีกนอกจากนี้

ต่อมาพนักงานสอบสวน สภ.กระสัง อ.กระสัง ได้ส่งเรื่องฟ้องศาลจังหวัดบุรีรัมย์ กระทั่งศาลชั้นต้นจังหวัดบุรีรัมย์ ตัดสินว่าคนขับรถเป็นฝ่ายประมาท ซึ่งนามแนวทางแล้วบริษัทประกันจะต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทน ตามเงินที่เอาประกันคือ 2.5 ล้านบาท

ต่อมาสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.)ส่วนกลาง มีความเห็นควรให้บริษัทประกันภัยอาคเนย์ประกันภัย ดำเนินการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ทายาทตามเงื่อนกรมธรรม์ภาคบังคับและภาคสมัครใจ รวมเป็นเงิน 2,500,000 ภายใน 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2564 แต่มาถึงตอนนี้ครอบครัวยังไม่ได้รับเงินชดเชยแม้แต่บาทเดียวพร้อมกับ

นายสมชาย เล่าด้วยว่า รู้สึกน้อยใจหลังจากบริษัทประกันปฏิเสธการจ่าย อ้างว่าผู้ขับรถเบนซ์ มิได้เป็นการประมาทแต่อย่างใด และให้ตนไปฟ้องร้องต่อศาลต่อไปอีก ยอมรับว่าครอบครัวไม่มีปัญญา เพราะเงินค่าทำศพต้องไปกู้ยืมเงินเขามา ยังต้องส่งดอกมาจนถึงปัจจุบัน จึงอยากจะเรียกร้องให้ผู้รู้กฎหมาย มาช่วยเหลือเพราะครอบครัวไม่มีทางออก

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *